Thursday, June 26, 2014

SEP PART 2


PART 2

            Blog ที่แล้วพี่เขียนไว้เกี่ยวกับ GP (General Procedure) ก็พวกดับไฟอะไรทั้งหลาย ต่างๆ นานา เหตุการณ์ฉุกเฉินบนเครื่องแล้วต่อมาก็ต้องมาเรียนเครื่อง Airbus 330 (A330)  เรื่องเกี่ยวกับ Position ของอุปกรณ์ฉุกเฉินในเครื่องอะไรอยู่ตรงไหน มีจำนวนเท่าไร และที่สำคัญ สำคัญ และสำคัญ คือประตูคะ ถามว่าประตูสำคัญยังไงมันไม่ใช่แค่ขึ้น-ลง สวยๆนะคะ A330 มีประตูสองแบบ คือ TYPE A กับ TYPE I เป็นเครื่องแบบที่เป็น bi-class และ tri-class หรือแบบที่มีชั้น first/business/economy หรือมีแค่ business/economy นั่นเอง ก็เรียกได้ว่าทั้งใหญ่แล้วก็ยาวด้วยอ่ะคะ พี่เลยตั้งใจเรียนเป็นพิเศษ  อ่ะเค!!
วิธีการเปิดประตูของทั้งสอง TYPE ก็จะต่างกันคือมีแบบ Normal Opening กับ Emergency opening ... Normal Opening ก็จะเปิดประตูให้ผู้โดย ขึ้น-ลง สวยๆทั่วไปคะแต่มันไม่ง่ายยังงั้นนะเพราะก่อนจะเปิดประตูแต่ล่ะครั้งเราต้อง Re-Confirmed จาก Flight Deck จาก Ground staff ว่า Safe to Open ถึงเปิดได้ แล้วถามว่า Emergency Opening คือร่ะ? คือเวลาที่เราเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินบนเครื่อง เช่น Ditching (ลงน้ำ) หรือ On Ground (ลงพื้น)  วิธีการเปิดประตูฉุกเฉินก็จะต่างกันคะวิธีการอพยพผู้โดยเราต้องทำยังไง ดอกกจิกกก!! เขียนเองพี่ยัง งงเอง !  แรกๆก็จะงงกันมากไหนจะคำศัพท์ใหม่ๆ ข้อมูลใหม่ๆที่ต้องโดนอัดๆๆ กันใหม่ๆทุกวัน  เรียนไปบางทีตาลอย หลุดโฟกัสไม่รู้เรื่องเลยนะเพราะ Instructor พูดเร็ว แรกๆพี่จับทางนางไม่ค่อยได้วันสองวันก็เริ่มชินล่ะ คราวนี้ต้องไปห้อง Door training เพื่อฝึกเปิดประตูจริงๆ สมมุติเหตุการณ์ฉุกเฉินต่างๆ 

ห้องนี้จะมีพวกอุปกรณ์ต่างๆให้ได้จับ ได้ฝึกจริงๆ และมีประตูใหญ่ซึ่งเป็นประตูของเครื่อง A330  ประตูฉุกเฉินก็จะขนาดเกือบเท่าประตูหลักเลย  ซึ่งในสถานการณ์ Ditching เราจะไม่เปิดประตูนี้จนกว่าประตูหลักเปิดไม่ได้หรือเครื่องกำลังจะจมเท่านั้น


                         

 และเวลานั่ง jumb seat หรือที่นั่งของลูกเรือ……เมื่อเกิดเหตุการณ์ลงจอดกะทันหัน เราจะต้องอยู่ในตำแหน่ง Brace position หรือตำแหน่งป้องกัน เราจะอยู่ใน Brace Position เฉพาะเหตุการณ์ที่เรามีเวลาเตรียมตัวเท่านั้น และต้องตะโกน เน้นนะว่าต้องตะโกน BRACE BRACE BRACE ก็ตะโกนกันจนคอแห้ง แต่ แต่ แต่ ถ้าเป็นการลงจอดฉุกเฉินไม่ได้เตรียมตัว 30 วินาทีก่อนเครื่องจะกระทบพื้นต้องตะโกนบอกผู้โดยสารว่า


“HEADS DOWN, STAY DOWN. HEADS DOWN, STAY DOWN!!”
พอถึงเวลาต้องไปห้อง Door Training จริงๆทุกคนก็จะต้องออกไปทำจริงๆแต่ละคนสถานการณ์ก็จะต่างกัน และด้วยความที่พี่เป็นคนที่อาจารย์คงจะรักมากกก โดนเรียกเป็นคนท้ายๆตลอดล่ะมันก็จะเหลือแต่เหตุการณ์ยากๆ กับเพื่อนชะนีไทยอีกสามคนได้สถานการณ์เหียกๆ ยากๆ ตลอด ทั้ง Exit block, Unprepared Ditching, Smock inside cabin เรียกได้ว่ามาเต็ม บางครั้งนางก็ให้พี่เป็น CSD(หัวหน้าลูกเรือ) ต้องกดปิดสัญญาณฉุกเฉินด้วย ต้องเปิดๆ ปิดๆประตูอยู่หลายรอบ ล่ะประตูมันหนักนะหนูๆ เปิดไปก็ต้องอธิบายด้วยว่ามือซ้ายเราต้องจับ Door frame assist handle มือขวา จับ Door control handle อธิบายไปเรื่อยๆว่าเราต้องเปิดแบบ Outward และ Forward ถ้าพูดไม่ถูกก็เปิดๆ ปิดๆ อยู่นั้นแหละคะ จนกว่าอาจารย์นะพอใจหน่ะ ต้องยืนตำแหน่งให้ถูกด้วยว่าเปิดแล้วเราต้องยืนตรงไหน เพราะถ้าในสถานการณ์ฉุกเฉินถ้าลูกเรือยืนไม่ถูก ตายก่อนผู้โดยนะยูววว เพราะประตูมันจะดึงเราออกไป!!! อย่าว่างู้นงี้เลยประตูเครื่องๆบินก็มี Pre-Flight check นะคะ คือเราต้อง Check ก่อนเปิดประตู ซึ่งพี่ก็คงต้องจำแบบ Word by Work ขอยกตัวอย่างให้ดูแบบสวยๆ
Pre-Flight TYPE A Door
·    - Check door locking indicators read LOCK (green)
·   -  Door is Disarmed, Safety pin is fitted and red flag is visible
·     -Observation window is clear
·     -Slide raft pressure gauge-needle is in the green zone
·     =No debris/obstruction around the door
ตอนออกไปเปิดประตูให้อาจารย์ดูซึ่งพี่ต้องบอกไปแล้วว่าเราต้องพูดอธิบายไปด้วย อ่ะมาดูกันว่าต้องอธิบายอะไรบางแบบคราวๆ
·    - Check slide is DISARMED and safety pin fitted
·     -Grasp assist handle on the door frame
·     -Lift up he door control handle slowly 3 to 4 degree and keep a watch on the Slide armed warning light
·     -If it does not illuminate, continue lifting it up to the OPEN position.
·     -Push door outward and forward by using the door assist handle until the gust lock engages.

ไม่ต้องอึ่งจ๊ะ!!! พูดทุกเม็ด ทุกครั้งที่ออกไปเปิดประตูต้องพูดแบบนี้ซ้ำๆๆๆๆ พูดทุกวันๆๆๆ กว่าพวกหล่อนจะได้ขึ้น-ลงเครื่องสวยๆดูซิแอร์อย่างพี่ต้องทำไรบาง!!!! อันนี้เปิดแบบ Normal Opening From the inside นะคะแบบ Emergency ก็จะพูดอีกแบบเอาเป็นว่าเท่านี้แหละเนอะ การเรียนก็มีประมาณนี้ อ้อออ ยังมีอีกนะว่าเราต้องจำตำแหน่งของอุปกรณ์ฉุกเฉินบนเครื่องด้วย เช่นถังดับเพลิงอยู่ตรงนี้กี่ถัง Oxygen bottle ตำแหน่งนี้มีกี่ถัง จำหมด! ที่สำคัญคือก่อนเรียนทุกวันอาจารย์จะ Revision คือถามตัวต่อตัวทุกคนโดนจี้ถามทุกวัน ก็เลยต้องอ่านหนังสือกันหัวฟูทุกวันๆ ยันตีสอง ตีสาม ตื่นมาก็อ่าน แต่งหน้า ทำกับข้าวต้องอ่านตลอดเวลาเพราะมันต้องท่องๆ และศัพท์ใหม่ๆที่พี่คิดว่าชีวิตนี้ไม่เคยจะเจอก็ต้องเจอ ที่ต้อง Revision ทุกวันเพราะเมื่อเรียน SEP จบแล้ว เราต้องสอบ Practical test คือการสอบปากเปล่ากับ Instructor ซึ่งพี่ก็ไม่รู้ว่านางจะถามอะไร ต้องปฏิบัติให้ดู ทั้งหมดที่เรียนมาต้องสอบกับเค้าหมด พูดง่ายๆคือใช้ชีวิตแบบกดดันมากกก กังวล กลัวจะสอบไม่ได้ทั้งๆที่ก็อ่านหนังสือทุกวันๆ อุ๊ต๊ะ!!! เป็นชะนีขี้กลัวตั้งแต่เมื่อไรย่ะชั้น? และพอเรียนไปกลางๆสัปดาห์ก็ได้ไป  Aircraft Walk-Around
                                                  Hamad International Airport คือดีเอ๊าะ 


คือไปดูตัวเครื่องบินจริงๆว่าอะไรอยู่ตรงไหน เอาดีดีก็ไปเดินแรดๆงั้นแหละ เค้าให้ไปดูแต่พี่ไปแรด ก็สนามบินใหม่เอ๊าะ!! แต่ก็ได้ความรู้มานะทำเป็นเล่นไป ก็ได้รู้ว่าอะไรอยู่ตรงไหน หน้าตาเป็นอย่างไร ได้สัมผัส ได้ลูบๆ คล้ำๆ!!!  เอาล่ะเรียน A330 จบก็สอบเลยคะ ข้อสอบก็ 50  ไม่ยากมากเพราะโดน Revision ทุกวันก็จำได้ว่าควรจะตอบอะไร ยังไง  ครั้งนี้พี่สอบได้ 98/100 นะต๊ะเองงงง ผิดข้อเดียวแบบโง่สุดอะไรสุด! อาจารย์ถึงกลับมองหน้า ล่ะนางมีการบอก I expect you to get a 100 Miew!!! ก็ตามสไตล์พี่อ่ะจ๊ะยิ้มสวยๆให้อาจารย์ไปล่ะบอก Allow me to correct that one then I will get 100!!! ถามว่าให้แก้ป่ะ? 5555 ใครจะให้แก้ย่ะ!  อีกสัปดาห์ต่อมา 5 ดาวไม่ปล่อยให้พี่ได้หายในนะ เรียน A320 ต่อเลยยาวๆๆ เครื่อง A320 ก็ไม่ต่างจาก A330 มากแต่เป็นเครื่องเล็ก เรียนเกี่ยวกับประตูทั้งหมดบนเครื่อง ทั้ง pre-flight check และ how to operate เหมือนเดิม



แต่ประตูในเครื่อง A320 ก็จะมีสองแบบ เคยสังเกตเวลาขึ้นเครื่องกันไหมคะ  คือมันก็จะมี Main door ประตูหลักเราเรียกกันว่า
TYPE I DOOR  คือประตูที่เราใช้เวลาขึ้น-ลงเครื่องชิคๆ

ส่วนอีกแบบคือประตูเล็กๆ เอาไว้ใช้เวลาฉุกเฉินตรงกลางๆ เครื่องตรงหน้าต่างเลย อันนี้เรียกว่า
TYPE III EXITS วิธีเปิดและเวลาเปิดยามฉุกเฉินก็ไม่เหมือนกัน (เพลียสุดนะ จำอีกล่ะ!!)

เครื่อง A320 นี้เราจะมาเรียนในห้อง Mock up หรือก็คือห้องเครื่องบินจำลองรายล่ะเอียดก็คล้ายๆกันแหละ ไม่ต้องเขียนล่ะกันเนอะเดียวเบื่อกัน ว่าชะนีนางนี้มาบ่นอะไรมากมาย! แต่ขอเล่าตอนไปห้อง Mock up ที่ทุกคนต้องยกประตูฉุกเฉินหนัก 15 โล คือแบบเป็นคนบอบบางยกไม่ค่อยได้ คือมันหนักมากๆจริงๆไหนถ้าเป็น Ditching คือต้องจอดฉุกเฉินในน้ำเราก็ต้องใส่ชูชีพด้วยมันรกรุงรังมากๆ พอปฏิบัติจริงเราก็นั่งเตรียมพร้อมรอคำสั่ง แล้วพออาจารย์บอกว่า SAFE SAFE!! ต้องตะโกน เสียงดังมากกกก เพราะสมมติจริงๆเลยว่ามันเกิดขึ้น  ผู้โดยสารจะโวยวายและตกใจสุดๆ  และแอร์อย่างพี่ต้อง Pretend ว่าพึ่งพาได้ไรงี้

เราก็ตะโกน “EVACUATE EVACUATE EVACUATE!!!” (อพยพย่ะ ผู้โดยยยยยย)
หลังจากนั้นต้องและออกคำสั่งให้ผู้โดยสาร
OPEN  SEAT  BELT

COME  THIS  WAY

INFALTE  YOUR  LIFE  JACKET

JUMP  TO THE NEAREST SLIDE RAFT!!!
ต้องตะโกนนะคะ ไม่ตะโกนไม่ได้เลยยยยย อาจารย์จะย้ำตลอดเพราะมันคิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน ถามพี่ไหมว่าพี่ก็เหนื่อยนะ!
หลังจากเรียนจบก็สอบซิคร่าาาาาา ก็เหมือนเดินค่ะ 98/100 ผิด 1 ข้อตลอดๆ Maintain มากๆคะ จบลงด้วยดีกลับ Aircraft ทั้ง 2 type จริงๆยังมี A319 A321 อีกนะแต่รายล่ะเอียดเหมือนๆกันคะ ยังๆมันยังไม่จบเท่านี้แหละสำหรับ SEP ยังมี First aid ต่อเดียวไว้มาต่อตอนหน้าล่ะกันเนอะ วันนี้เยอะล่ะหน่ะ ถึงจะเรียนเหนื่อยแค่ไหนแต่มันก็สนุกมากๆนะ ได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆตลอด Enjoy กับทุกอย่างที่ทำ ที่ได้รับ แม้ว่าในห้องจะตอบคำถามไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ยิ้มสวยๆไป แค่นี้แหละ (หน้าด้านสู้งี้) ไปล่ะๆ เดียวไว้มาต่อ First Aid ย่ะ <3 

1 comment:

  1. ตามอ่านต่ออยู่นะคะ ชอบมากๆเลยค่ะ❤

    ReplyDelete