Tuesday, July 15, 2014

My first observation flight พี่พาไปเที่ยว Istanblu ป่ะ ป่ะ


เอาวีดีโอตอนไป Ditching Dubai มาฝาก ไม่เกี่ยวกับอัสตันบลูแต่อยากลง จบนะ<3 
อาาาโหลลลล ก่อนอื่นขอกราบขออภัยพี่เป็นบล็อกเกอร์ที่แย่ๆมากๆ อัพตามใจตัวเอง ชาวบ้านเค้าไปถึงไหนล่ะพึงมาอัพเดท แต่เอาเถอะมาช้าดีกว่าไม่มาโน๊ะ.... คือความเดิมตอนที่แล้วบอกว่าจะเล่าเรื่องเรียน First aid แต่ทนไม่ไหวอ่ะอยากเขียนเรื่อง Observation Flight ก่อน First aid มันมีสาระไปพับไว้ก่อน สาระไว้ที่หลังขอไร้สาระก่อน ไม่ว่ากันโน๊ะ :P
หลัง Train จบ Wing day ผ่านไปพี่ก็มีเวลาพักร่าง พักใจสองวันก่อนไปบิน Observation Flight คือร่ะ? ก็ไฟล์บินฟรีอ่ะแหละไปเป็นลิ้วล้อเค้า Charity Flight ตอนแรกตื่นเต้นมากๆก็เกิดมานี่ก็เป็นแอร์ครั้งแรก เตรียมตัวนู้นนี่ทั้งอ่าน Flight information อ่าน Safety    ขอเกริ่นก่อนนะคะว่ากว่าเราจะไปบินสวยๆได้แต่ล่ะครั้งไม่ใช่ว่าแต่ง Uniform สวยๆล่ะไปบินได้เลย เราต้องมีการ Briefing ก่อน ก็คือต้องเจอ CS/CSD หรือหัวหน้าลูกเรือในไฟล์นั้น ก็จะมีการถามคำถามเกี่ยวกับ Flight information ต่างๆรวมไปถึงคำถาม Safety และ  Service นิดหน่อยแล้วแต่ CS/CSD บางคนคะ โอเคพี่ก็เตรียมตัวเรียบร้อยไฟล์แรก Departure บ่ายสอง แต่รถมารับตั้งแต่ 11 โมง คือรีบงี้? พี่ก็ต้องแต่ตัวแต่งหน้าตั้งแต่เช้า ไหนจะตื่นเต้นอะไรอีก ตีคิ้วตั้งแต่ 9 โมง วาดปาก 10  โมง!! กลัวสู้ชาติอื่นไม่ได้บอกตง! โชคดีที่ไฟล์แรกได้บินกับชะนีเพื่อนรักนางก็เครียด นางตื่นกลัวไปหมด ก็ปลอบกันไปปลอบกันมาจนโอเคอะไรจะเกิดก็ต้องเกิด!  พอถึงห้องก็นั่งทำตัว Cute Cute เพื่อนรวมไฟล์ก็เริ่มเดินเข้ามาเราก็ทักทายก็บอกไปนี่เป็นFirst  Observation flight อะไรก็ว่าไป ชวนคุยทำความคุ้นเคย พอCSD เข้ามานางก็บอกขาไปผู้โดย 75 นะ ขากลับ 200 นิดๆถ้าพี่จำไม่ผิดนะ แล้วนางก็บอกตำแหน่ง หน้าที่ของแต่ละคนว่าใครเป็น Galley ใครทำหน้าที่อะไร ไฟล์นี่พี่นั่ง L1A ก็นั่งข้างๆ CSD แต่พอทำงานจริงๆก็เดินมาข้างหลังอยู่ดี เอาล่ะ! ทุกอย่างผ่านไปด้วยดีคำถามก็ไม่มีอะไร CSD นางน่ารักตลกๆ ไม่ถามไรมาก หลังจาก Briefing เสร็จก็นั่งรถบัสไปขึ้นเครื่อง หลังขึ้นเครื่องก็มีพบปะกัปตันนิดหน่อย แล้วก็จัดการ Security check ต่างๆตามที่ได้เรียนมา พี่ก็ไฟล์แรกเนอะก็ทำตามเค้าไป ไม่รู้อะไรเราก็ถาม ว่าเราควรทำอะไรก่อนอะไรหลัง ถึงเวลาผู้โดยมาล่ะจ้าาาาาา !!! Welcome on board sir. Good afternoon อะไรก็ว่าไปพร้อมรอยยิ้มสวยๆแบบห้าดาวสไตล์ อุ้ยยยย!! ชิลๆผู้โดยไม่เต็ม! พอเครื่อง Take off ปุ้ปชะนีทุกคนเปลี่ยนชุด (ใส่ Apron) เปลี่ยนรองเท้าก็เร็วมากๆ อีนี่งงคือร่ะ? รอกูด้วยคร่าาาาาา บอกกูสกิดกูนิดนุงงง โชคดีที่ไฟล์นี่มีพี่คนไทยด้วย พี่เค้าก็ใจดีค่อยแนะนำตลอดว่าไฟล์ต่อไปต้องทำอันนี้ๆนะ
 พอถึงเวลา Meal service เอาล่ะที่เรียนมาต้องได้ใช้ล่ะนะหมิว ก็พูดกับตัวเอง แล้ว CS ก็เดินมาบอก You have your own cart MiuMiu(ชื่อพี่เอง คริคริ)  อะไรนะ! ไฟล์แรกเอาเลยหร๋อ? อ่ะเลยถามนางไปว่ามีเมนูอะไรบาง? ก็เดินสวยๆออกไปเสริฟ เห้ยยย!! ผู้โดยดีหน่ะ Chicken เราหมดเราก็พยายามขาย Fish ผู้โดยก็ OK อย่างง่ายดาย (งานขายก็ต้องมา เชียร์ปลาสุดริ่ด) ก็มีขอไวน์ ขอเบียร์บางประปรายถือว่าไม่ยาก อ่ะพอเสริฟเสร็จ เก็บ Tray เรียบร้อย CSD เดินมาบอกว่า Miumiu ยูต้องเป็น R2 ล่ะนะมาช่วย Mid-Galley เพราะผู้โดยขากลับเยอะ Full load…. พี่ก็ว่าง่ายเนอะ อะไรก็ได้ให้อะไรก็ทำหมดอ่ะคะ มาเถอะพี่พร้อมมาก!  ระหว่างพักให้ชะนีได้เม้าท์มอย หอยสังข์ มีผู้โดยหนุ่มหน้าตาระดับ 5 เดินมาเข้าห้องน้ำพอออกมานางก็ถามว่าพี่ชื่ออะไร ไม่เห็นชื่อ (ติด Trainee) ขอชื่อได้ไหมจะเขียน Comment ให้เพราะ Very satisfied กรี๊ดดดดดดด (ในใจ)  ด้วยความพร้อมพี่มีกระดาษโน้ตในกระเป๋า (จริงๆไว้เพื่อผู้โดยขอเบอร์ 555555)  ก็เขียนชื่อจริง นามสกุลพร้อม Staff No. ให้ไปพร้อมรอยยิ้มแบบ Skycoachmam สอนมา และคำขอบคุณแบบห้าดาวสไตล์ ปลื้มเอ๊าะ! เอาว่ะมีอะไรให้ชื่นใจบาง เค้าจะเขียนไม่เขียนแค่นี้เราก็โอเคล่ะ :P พอใกล้ถึง Istanbul พี่ต้องวิ่งมานั่ง L1A ข้างหน้าเครื่องเลย ใกล้ๆห้องกับตัน พอเครื่องแลนด์แอร์ทุกคนก็ต้องหยิบหมวกมาใส่เพื่อส่งผู้โดย เอ๊า!! ฉิบหายล่ะคะหมวกอยู่ข้างหลังไปถอดไว้ Aft galley (ตอนทำงานบนเครื่องถอดหมวกคะ) แล้วยังไงอ่ะ พี่ก็บอกCSDขอไอไปหยิบหมวกก่อนนะ CSD บอก  NO NO NO  You have to stay here and hide yourself in the lavatory! ห๊ะะะะะ มันใช่หร๋อคะ พี่อยากส่งผู้โดยงี้ ทำไงได้ต้องเอาตัวเองไปนั่งในห้องน้ำเกือบครึ่งชั่วโมง คือร่ะ?  หึหึ พอขากลับพี่รีบเอาหมวกมาไว้ข้างหน้าเลยจ๊ะ….. ว้ายขากลับโดฮาผู้โดยเกือบเต็มนะทั้งแขก ทั้งฝรั่งมาเต็ม และแล้วสิ่งที่แอร์ทุกคนไม่อยากทำคือยกกระเป๋าให้ผู้โดยสารขึ้นไปเก็บบน Overhead bin ขอบอกเลยนะไม่ใช่ว่าแอร์อย่างเราๆไม่มีน้ำใจนะคะ แต่กระเป๋ามันหนักมากถ้าให้ยกทุกคนคงไม่ไหว และแล้ว อาบาย่า(ชุดดำๆที่ผู้หญิงมุสลิมใส่) นางนึงมองมาที่พี่ล่ะบอกยกให้หน่อยซิ ไอ้เราก็แบบ เห็นจากทรงล่ะแม่งหนักชัวร์ เลยบอกนางไปว่า Could you please help me mam? นางทำหน้าเหวี่ยงๆล่ะบอก มันหนักอ่ะ ยกๆๆ ให้หน่อย เออหนักมากใช่ม่ะ? Ok mam, if this is too heavy for you, it better to be loaded in the cargo! พี่ก็พูดยิ้มๆ ไปตามสถานการณ์เพราะถ้าหนักมากมันไม่ควรอยู่ในเครื่องก็ต้องโหลดใต้เครื่องไป นางเลยช่วยยกแต่โดยดี ว่าแต่ไปช้อปอะไรมาย่ะ ชะนีอาบาย่า!! หนักฉิบหาย! ล่ะหล่อนถือขึ้นมาได้ก็ต้องยกให้ได้ซิยะ แอร์ช่วยยกได้นะคะ แต่ยกให้เลยไม่ได้นะ หลังพังคะ! ขากลับก็ทรงๆนะผู้โดยเยอะแต่เสริฟมันมากคะ ไก่ก็จะหมด ปลาก็หมด ไวน์ขาว ไวน์แดง เบียร์อะไรขอหมด และที่เป็นปัญหาคือผ้าห่มคะผ้าห่ม เพราะมันไม่ได้มีไว้ให้ ต้องรอผู้โดยขอถึงแจกพี่ก็เดินแจกกันขาไขว้ แต่ถ้าไฟล์ยาวๆเราก็จะจัดเตรียมไว้ให้ก่อน โดยรวมไฟล์แรกในชีวิตสนุกมากๆนะ ได้บินกับชะนีเพื่อนรัก เพื่อนรวมงานก็ดี CS/CSD ก็น่ารัก (เสียอย่างกับตันหัวล้านไปหน่อย!!!!)  ถือว่าผ่านไปได้ด้วยดีแม้ว่าจะเป็น Charity Flight คือบินฟรี ชะนีไม่ได้เงิน แต่พี่ก็สนุกคะ ขอพูดประโยคเดิมๆนะว่าอาชีพนี้มันไม่ง่ายเลยหลายคนคิดว่าเสริฟๆจบ จริงๆเราต้องเตรียมอะไรเยอะมากๆให้ผู้โดยได้ชื่นบานใจมากที่สุดให้สมกับเป็น สายการบิน 5 ดาว <3  

วันนี้แค่นี้ชะนีขอลาไปซักผ้า จัดห้องเดียวเมทกลับมานางจะได้ชื่นใจที่ห้องสะอาด (เหลือกตาสูงพร้อง เบะปาก 3 ที)  บะบายยยยย!!! 

“All our dreams can come true, if we have the courage to pursue them.” 

Thursday, June 26, 2014

SEP PART 2


PART 2

            Blog ที่แล้วพี่เขียนไว้เกี่ยวกับ GP (General Procedure) ก็พวกดับไฟอะไรทั้งหลาย ต่างๆ นานา เหตุการณ์ฉุกเฉินบนเครื่องแล้วต่อมาก็ต้องมาเรียนเครื่อง Airbus 330 (A330)  เรื่องเกี่ยวกับ Position ของอุปกรณ์ฉุกเฉินในเครื่องอะไรอยู่ตรงไหน มีจำนวนเท่าไร และที่สำคัญ สำคัญ และสำคัญ คือประตูคะ ถามว่าประตูสำคัญยังไงมันไม่ใช่แค่ขึ้น-ลง สวยๆนะคะ A330 มีประตูสองแบบ คือ TYPE A กับ TYPE I เป็นเครื่องแบบที่เป็น bi-class และ tri-class หรือแบบที่มีชั้น first/business/economy หรือมีแค่ business/economy นั่นเอง ก็เรียกได้ว่าทั้งใหญ่แล้วก็ยาวด้วยอ่ะคะ พี่เลยตั้งใจเรียนเป็นพิเศษ  อ่ะเค!!
วิธีการเปิดประตูของทั้งสอง TYPE ก็จะต่างกันคือมีแบบ Normal Opening กับ Emergency opening ... Normal Opening ก็จะเปิดประตูให้ผู้โดย ขึ้น-ลง สวยๆทั่วไปคะแต่มันไม่ง่ายยังงั้นนะเพราะก่อนจะเปิดประตูแต่ล่ะครั้งเราต้อง Re-Confirmed จาก Flight Deck จาก Ground staff ว่า Safe to Open ถึงเปิดได้ แล้วถามว่า Emergency Opening คือร่ะ? คือเวลาที่เราเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินบนเครื่อง เช่น Ditching (ลงน้ำ) หรือ On Ground (ลงพื้น)  วิธีการเปิดประตูฉุกเฉินก็จะต่างกันคะวิธีการอพยพผู้โดยเราต้องทำยังไง ดอกกจิกกก!! เขียนเองพี่ยัง งงเอง !  แรกๆก็จะงงกันมากไหนจะคำศัพท์ใหม่ๆ ข้อมูลใหม่ๆที่ต้องโดนอัดๆๆ กันใหม่ๆทุกวัน  เรียนไปบางทีตาลอย หลุดโฟกัสไม่รู้เรื่องเลยนะเพราะ Instructor พูดเร็ว แรกๆพี่จับทางนางไม่ค่อยได้วันสองวันก็เริ่มชินล่ะ คราวนี้ต้องไปห้อง Door training เพื่อฝึกเปิดประตูจริงๆ สมมุติเหตุการณ์ฉุกเฉินต่างๆ 

ห้องนี้จะมีพวกอุปกรณ์ต่างๆให้ได้จับ ได้ฝึกจริงๆ และมีประตูใหญ่ซึ่งเป็นประตูของเครื่อง A330  ประตูฉุกเฉินก็จะขนาดเกือบเท่าประตูหลักเลย  ซึ่งในสถานการณ์ Ditching เราจะไม่เปิดประตูนี้จนกว่าประตูหลักเปิดไม่ได้หรือเครื่องกำลังจะจมเท่านั้น


                         

 และเวลานั่ง jumb seat หรือที่นั่งของลูกเรือ……เมื่อเกิดเหตุการณ์ลงจอดกะทันหัน เราจะต้องอยู่ในตำแหน่ง Brace position หรือตำแหน่งป้องกัน เราจะอยู่ใน Brace Position เฉพาะเหตุการณ์ที่เรามีเวลาเตรียมตัวเท่านั้น และต้องตะโกน เน้นนะว่าต้องตะโกน BRACE BRACE BRACE ก็ตะโกนกันจนคอแห้ง แต่ แต่ แต่ ถ้าเป็นการลงจอดฉุกเฉินไม่ได้เตรียมตัว 30 วินาทีก่อนเครื่องจะกระทบพื้นต้องตะโกนบอกผู้โดยสารว่า


“HEADS DOWN, STAY DOWN. HEADS DOWN, STAY DOWN!!”
พอถึงเวลาต้องไปห้อง Door Training จริงๆทุกคนก็จะต้องออกไปทำจริงๆแต่ละคนสถานการณ์ก็จะต่างกัน และด้วยความที่พี่เป็นคนที่อาจารย์คงจะรักมากกก โดนเรียกเป็นคนท้ายๆตลอดล่ะมันก็จะเหลือแต่เหตุการณ์ยากๆ กับเพื่อนชะนีไทยอีกสามคนได้สถานการณ์เหียกๆ ยากๆ ตลอด ทั้ง Exit block, Unprepared Ditching, Smock inside cabin เรียกได้ว่ามาเต็ม บางครั้งนางก็ให้พี่เป็น CSD(หัวหน้าลูกเรือ) ต้องกดปิดสัญญาณฉุกเฉินด้วย ต้องเปิดๆ ปิดๆประตูอยู่หลายรอบ ล่ะประตูมันหนักนะหนูๆ เปิดไปก็ต้องอธิบายด้วยว่ามือซ้ายเราต้องจับ Door frame assist handle มือขวา จับ Door control handle อธิบายไปเรื่อยๆว่าเราต้องเปิดแบบ Outward และ Forward ถ้าพูดไม่ถูกก็เปิดๆ ปิดๆ อยู่นั้นแหละคะ จนกว่าอาจารย์นะพอใจหน่ะ ต้องยืนตำแหน่งให้ถูกด้วยว่าเปิดแล้วเราต้องยืนตรงไหน เพราะถ้าในสถานการณ์ฉุกเฉินถ้าลูกเรือยืนไม่ถูก ตายก่อนผู้โดยนะยูววว เพราะประตูมันจะดึงเราออกไป!!! อย่าว่างู้นงี้เลยประตูเครื่องๆบินก็มี Pre-Flight check นะคะ คือเราต้อง Check ก่อนเปิดประตู ซึ่งพี่ก็คงต้องจำแบบ Word by Work ขอยกตัวอย่างให้ดูแบบสวยๆ
Pre-Flight TYPE A Door
·    - Check door locking indicators read LOCK (green)
·   -  Door is Disarmed, Safety pin is fitted and red flag is visible
·     -Observation window is clear
·     -Slide raft pressure gauge-needle is in the green zone
·     =No debris/obstruction around the door
ตอนออกไปเปิดประตูให้อาจารย์ดูซึ่งพี่ต้องบอกไปแล้วว่าเราต้องพูดอธิบายไปด้วย อ่ะมาดูกันว่าต้องอธิบายอะไรบางแบบคราวๆ
·    - Check slide is DISARMED and safety pin fitted
·     -Grasp assist handle on the door frame
·     -Lift up he door control handle slowly 3 to 4 degree and keep a watch on the Slide armed warning light
·     -If it does not illuminate, continue lifting it up to the OPEN position.
·     -Push door outward and forward by using the door assist handle until the gust lock engages.

ไม่ต้องอึ่งจ๊ะ!!! พูดทุกเม็ด ทุกครั้งที่ออกไปเปิดประตูต้องพูดแบบนี้ซ้ำๆๆๆๆ พูดทุกวันๆๆๆ กว่าพวกหล่อนจะได้ขึ้น-ลงเครื่องสวยๆดูซิแอร์อย่างพี่ต้องทำไรบาง!!!! อันนี้เปิดแบบ Normal Opening From the inside นะคะแบบ Emergency ก็จะพูดอีกแบบเอาเป็นว่าเท่านี้แหละเนอะ การเรียนก็มีประมาณนี้ อ้อออ ยังมีอีกนะว่าเราต้องจำตำแหน่งของอุปกรณ์ฉุกเฉินบนเครื่องด้วย เช่นถังดับเพลิงอยู่ตรงนี้กี่ถัง Oxygen bottle ตำแหน่งนี้มีกี่ถัง จำหมด! ที่สำคัญคือก่อนเรียนทุกวันอาจารย์จะ Revision คือถามตัวต่อตัวทุกคนโดนจี้ถามทุกวัน ก็เลยต้องอ่านหนังสือกันหัวฟูทุกวันๆ ยันตีสอง ตีสาม ตื่นมาก็อ่าน แต่งหน้า ทำกับข้าวต้องอ่านตลอดเวลาเพราะมันต้องท่องๆ และศัพท์ใหม่ๆที่พี่คิดว่าชีวิตนี้ไม่เคยจะเจอก็ต้องเจอ ที่ต้อง Revision ทุกวันเพราะเมื่อเรียน SEP จบแล้ว เราต้องสอบ Practical test คือการสอบปากเปล่ากับ Instructor ซึ่งพี่ก็ไม่รู้ว่านางจะถามอะไร ต้องปฏิบัติให้ดู ทั้งหมดที่เรียนมาต้องสอบกับเค้าหมด พูดง่ายๆคือใช้ชีวิตแบบกดดันมากกก กังวล กลัวจะสอบไม่ได้ทั้งๆที่ก็อ่านหนังสือทุกวันๆ อุ๊ต๊ะ!!! เป็นชะนีขี้กลัวตั้งแต่เมื่อไรย่ะชั้น? และพอเรียนไปกลางๆสัปดาห์ก็ได้ไป  Aircraft Walk-Around
                                                  Hamad International Airport คือดีเอ๊าะ 


คือไปดูตัวเครื่องบินจริงๆว่าอะไรอยู่ตรงไหน เอาดีดีก็ไปเดินแรดๆงั้นแหละ เค้าให้ไปดูแต่พี่ไปแรด ก็สนามบินใหม่เอ๊าะ!! แต่ก็ได้ความรู้มานะทำเป็นเล่นไป ก็ได้รู้ว่าอะไรอยู่ตรงไหน หน้าตาเป็นอย่างไร ได้สัมผัส ได้ลูบๆ คล้ำๆ!!!  เอาล่ะเรียน A330 จบก็สอบเลยคะ ข้อสอบก็ 50  ไม่ยากมากเพราะโดน Revision ทุกวันก็จำได้ว่าควรจะตอบอะไร ยังไง  ครั้งนี้พี่สอบได้ 98/100 นะต๊ะเองงงง ผิดข้อเดียวแบบโง่สุดอะไรสุด! อาจารย์ถึงกลับมองหน้า ล่ะนางมีการบอก I expect you to get a 100 Miew!!! ก็ตามสไตล์พี่อ่ะจ๊ะยิ้มสวยๆให้อาจารย์ไปล่ะบอก Allow me to correct that one then I will get 100!!! ถามว่าให้แก้ป่ะ? 5555 ใครจะให้แก้ย่ะ!  อีกสัปดาห์ต่อมา 5 ดาวไม่ปล่อยให้พี่ได้หายในนะ เรียน A320 ต่อเลยยาวๆๆ เครื่อง A320 ก็ไม่ต่างจาก A330 มากแต่เป็นเครื่องเล็ก เรียนเกี่ยวกับประตูทั้งหมดบนเครื่อง ทั้ง pre-flight check และ how to operate เหมือนเดิม



แต่ประตูในเครื่อง A320 ก็จะมีสองแบบ เคยสังเกตเวลาขึ้นเครื่องกันไหมคะ  คือมันก็จะมี Main door ประตูหลักเราเรียกกันว่า
TYPE I DOOR  คือประตูที่เราใช้เวลาขึ้น-ลงเครื่องชิคๆ

ส่วนอีกแบบคือประตูเล็กๆ เอาไว้ใช้เวลาฉุกเฉินตรงกลางๆ เครื่องตรงหน้าต่างเลย อันนี้เรียกว่า
TYPE III EXITS วิธีเปิดและเวลาเปิดยามฉุกเฉินก็ไม่เหมือนกัน (เพลียสุดนะ จำอีกล่ะ!!)

เครื่อง A320 นี้เราจะมาเรียนในห้อง Mock up หรือก็คือห้องเครื่องบินจำลองรายล่ะเอียดก็คล้ายๆกันแหละ ไม่ต้องเขียนล่ะกันเนอะเดียวเบื่อกัน ว่าชะนีนางนี้มาบ่นอะไรมากมาย! แต่ขอเล่าตอนไปห้อง Mock up ที่ทุกคนต้องยกประตูฉุกเฉินหนัก 15 โล คือแบบเป็นคนบอบบางยกไม่ค่อยได้ คือมันหนักมากๆจริงๆไหนถ้าเป็น Ditching คือต้องจอดฉุกเฉินในน้ำเราก็ต้องใส่ชูชีพด้วยมันรกรุงรังมากๆ พอปฏิบัติจริงเราก็นั่งเตรียมพร้อมรอคำสั่ง แล้วพออาจารย์บอกว่า SAFE SAFE!! ต้องตะโกน เสียงดังมากกกก เพราะสมมติจริงๆเลยว่ามันเกิดขึ้น  ผู้โดยสารจะโวยวายและตกใจสุดๆ  และแอร์อย่างพี่ต้อง Pretend ว่าพึ่งพาได้ไรงี้

เราก็ตะโกน “EVACUATE EVACUATE EVACUATE!!!” (อพยพย่ะ ผู้โดยยยยยย)
หลังจากนั้นต้องและออกคำสั่งให้ผู้โดยสาร
OPEN  SEAT  BELT

COME  THIS  WAY

INFALTE  YOUR  LIFE  JACKET

JUMP  TO THE NEAREST SLIDE RAFT!!!
ต้องตะโกนนะคะ ไม่ตะโกนไม่ได้เลยยยยย อาจารย์จะย้ำตลอดเพราะมันคิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน ถามพี่ไหมว่าพี่ก็เหนื่อยนะ!
หลังจากเรียนจบก็สอบซิคร่าาาาาา ก็เหมือนเดินค่ะ 98/100 ผิด 1 ข้อตลอดๆ Maintain มากๆคะ จบลงด้วยดีกลับ Aircraft ทั้ง 2 type จริงๆยังมี A319 A321 อีกนะแต่รายล่ะเอียดเหมือนๆกันคะ ยังๆมันยังไม่จบเท่านี้แหละสำหรับ SEP ยังมี First aid ต่อเดียวไว้มาต่อตอนหน้าล่ะกันเนอะ วันนี้เยอะล่ะหน่ะ ถึงจะเรียนเหนื่อยแค่ไหนแต่มันก็สนุกมากๆนะ ได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆตลอด Enjoy กับทุกอย่างที่ทำ ที่ได้รับ แม้ว่าในห้องจะตอบคำถามไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ยิ้มสวยๆไป แค่นี้แหละ (หน้าด้านสู้งี้) ไปล่ะๆ เดียวไว้มาต่อ First Aid ย่ะ <3